ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึก เครือรพ.สมิติเวช เปิดเกมรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ ชูกลยุทธ์ Cross-Industrial Collaboration มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าข้ามธุรกิจ ผสานค้าปลีก-สุขภาพ สร้างแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ #เราไม่อยากให้ใครป่วย

กรุงเทพฯ 1 กรกฎาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกลยุทธ์ Cross-Industrial Collaboration ขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรักสุขภาพ จับมือโรงพยาบาลสมิติเวช ผู้นำด้านการแพทย์และบริการสุขภาพระดับพรีเมียม มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าข้ามธุรกิจ โดยผู้ที่เข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช จะได้รับคูปองส่วนลดที่ท็อปส์สำหรับใช้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์มูลค่ารวม 350 บาท สำหรับลูกค้าท็อปส์ รับสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโรงพยาบาลสมิติเวช ทั้ง7 สาขา อาทิ ส่วนลดค่าห้องพักสูงสุด 20%, แพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษ และ ค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน กรณีเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยใน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลสมิติเวชที่มีกำลังซื้อสูงและเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์อิมเมจของท็อปส์ในฐานะ Food Destination ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐานสูง ปลอดภัย ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนท์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพผ่านช่องทางสื่อสารลูกค้าของท็อปส์ ยกระดับแบรนด์ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ด้านการดูแลรักษาสุขภาพของผู้บริโภค ลูกค้าท็อปส์และโรงพยาบาลสมิติเวช รับสิทธิพิเศษภายใต้โครงการความร่วมมือครั้งนี้ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้  – 31 ธันวาคม 2568

นางพักร์วิมล สตะเวทิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายอีคอมเมิร์ซ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล  รีเทล กล่าวว่า “เทรนด์การใส่ใจสุขภาพหรือ Preventive Health & Wellness กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ผู้บริโภคเกือบทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่การรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ยังรวมถึงการป้องกันล่วงหน้า ดังนั้น การเลือกซื้อสินค้าเพื่อการบริโภคอย่างใส่ใจในชีวิตประจำวัน จึงมีความสำคัญต่อผู้บริโภคยุคใหม่ เทรนด์ดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและกลยุทธ์ของท็อปส์ในการขยายตลาดไปสู่กลุ่มคนรักสุขภาพ ผ่านการทำโปรโมชันแบบข้ามธุรกิจกับสายบริการด้านสุขภาพระดับพรีเมียม โดยจับมือกับผู้นำในตลาดอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช ที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ สอดคล้องกับโปรไฟล์ของกลุ่มลูกค้าหลักของท็อปส์ทั้งในช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นด้าน
ไลฟ์สไตล์ พฤติกรรมการบริโภค หรือกำลังซื้อ 

นอกจากนี้ ความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวชในครั้งนี้ ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของเราในการนำแบรนด์ท็อปส์ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคผ่านการพัฒนาวิดีโอคอนเทนต์ร่วมกันระหว่างท็อปส์กับโรงพยาบาลสมิติเวช ที่เชื่อมโยงเรื่องราวสินค้าอาหารคุณภาพของท็อปส์กับความรู้ด้านโภชนาการอาหารที่นำเสนอผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ของท็อปส์ ถือเป็นการเสริมภาพลักษณ์ของท็อปส์ในฐานะ Food Destination ที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และสามารถสื่อสารแนวคิดเรื่องสุขภาพให้อยู่ในทุกประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ท็อปส์ได้อย่างกลมกลืน” 

ด้าน พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล รองผู้อำนวยการ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท และ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ ในฐานะโรงพยาบาลสมิติเวช เราเชื่อมั่นว่าการดูแลสุขภาพที่แท้จริงนั้นเริ่มต้นตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องของการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน รวมถึงการออกกำลัง และการตรวจสุขภาพแต่ละช่วงวัย  เพราะสุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงการไม่มีโรค แต่คือความสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เราจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Prevention  หรือการป้องกันก่อนเกิดโรค #เราไม่อยากให้ใครป่วย  ซึ่งกลายเป็นวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ความร่วมมือกับท็อปส์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจับมือกันระหว่างสองแบรนด์ แต่คือการผสานระหว่างภาคการแพทย์ระดับพรีเมียมกับธุรกิจค้าปลีกคุณภาพ เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสุขภาพที่ดีได้ในทุกมิติ และครอบคลุมวงกว้าง โดยลูกค้าท็อปส์ รับสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อเข้ารับบริการโรงพยาบาลสมิติเวช ทุกสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อาทิ ส่วนลดค่าห้องพัก 20%, แพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษ และค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน กรณีเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยใน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น 

             เรามองว่าท็อปส์ไม่ใช่แค่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่คือ Food Destination ที่สะท้อนแนวคิด ‘สุขภาพดี เริ่มต้นที่บ้าน’ ได้อย่างชัดเจน เมื่อจับคู่กับบริการของสมิติเวชซึ่งเน้นดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ก็จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ได้รับประโยชน์แบบ 360 องศา ทั้งในด้านการใช้ชีวิต การเลือกบริโภค และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ เราหวังว่าแคมเปญนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายสุขภาพที่แข็งแรงในสังคมไทย”

สำหรับความร่วมมือระหว่างท็อปส์และโรงพยาบาลสมิติเวชในครั้งนี้ ได้ร่วมกันออกแบบโมเดลการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

  • สิทธิพิเศษเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสินค้าเพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพในราคาคุ้มค่า ท็อปส์ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของทุกคน ด้วยการสนับสนุนให้การเลือกซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องง่าย เข้าถึงได้ และคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย ผ่านคูปองส่วนลดพิเศษมูลค่า 350 บาทสำหรับใช้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาลสมิติเวชทั้ง 7 สาขา ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม –31 ธันวาคม 2568 
  • รู้ก่อน ดูแลก่อน เพราะสุขภาพดีเริ่มที่ความเข้าใจ ทั้งท็อปส์และโรงพยาบาลสมิติเวชจะมีการเปิดโลกความรู้ด้านสุขภาพด้วยวิดีโอคอนเทนต์คุณภาพ ที่ถ่ายทอดโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านต่างๆ จากโรงพยาบาลสมิติเวชโดยมีเนื้อหาที่ให้ทั้งความรู้เรื่องโภชนาการและเคล็ดลับดูแลตัวเองแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำสินค้าสุขภาพจากท็อปส์ที่หยิบไปใช้ตามได้จริงในชีวิตประจำวัน ดูแล้วได้ทั้งความรู้และเลือกช้อปได้ทันที
  • เชื่อมโยงประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตลอดปี พิเศษสำหรับลูกค้าท็อปส์! รับสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากโรงพยาบาลสมิติเวชตลอดปี 2568 ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดค่าห้องพัก 20% แพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษ และค่ารถพยาบาลฉุกเฉิน กรณีเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยใน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น

“เรามั่นใจว่าแคมเปญการตลาดร่วมกับโรงพยาบาลสมิติเวชในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ใหม่ในการดูแลสุขภาพให้กับผู้บริโภค แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลสมิติเวชที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาทางเลือกเพื่อสุขภาพที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอกย้ำภารกิจของท็อปส์ในการยกระดับแบรนด์ให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ด้านการดูแลรักษาสุขภาพของผู้บริโภคในทุกๆ วัน” นางพักร์วิมล กล่าวสรุป 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDiscovery #TOPSxSamitivej #เราไม่อยากให้ใครป่วย #TOPSใส่ใจสุขภาพของคุณ

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พาบินลัดฟ้าสู่แดนจิงโจ้ ชวนสัมผัสรสชาติแห่งความสดใหม่ของฤดูกาล ในงาน “Discover Australia: A First Taste of the Finest” ส่งตรงจากออสเตรเลียแบบครบจบในที่เดียว

กรุงเทพฯ 30 มิถุนายน 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  ร่วมกับ สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ตอกย้ำความเป็น Food Discovery & Destination ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส จัดงานเทศกาล ‘Discover Australia: A First Taste of the Finest’ ที่พร้อมให้คุณดื่มด่ำความอร่อยไปกับรสชาติแห่งความสดใหม่ครั้งแรกของฤดูกาล ส่งตรงจากออสเตรเลียมาไว้ครบในที่เดียว ทั้งสินค้าอาหารระดับพรีเมียม สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟและสินค้าเพื่อสุขภาพ รวมกว่า 1,000 รายการ  ที่ถูกคัดสรรมาแล้วอย่างพิถีพิถันจากประเทศออสเตรเลียที่ขึ้นชื่อในฐานะแหล่งผลิตอาหารคุณภาพเยี่ยม ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ และการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวดตลอดกระบวนการผลิต ทำให้วัตถุดิบจากแดนจิงโจ้มีทั้งความสด สะอาด และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เปี่ยมด้วยคุณค่า พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความ “Finest” อย่างแท้จริง ได้ที่ท็อปส์ และ
ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์  สาขาที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทาง ท็อปส์ ออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 8 กรกฎาคม 2568

เปิดประสบการณ์ความอร่อยจากฟาร์มสู่ชั้นวาง กับ 5 ไฮไลต์พาเหรดวัตถุดิบและสินค้าออสซี่พรีเมียม เปี่ยมด้วยเสน่ห์จากแดนซีกโลกใต้

  • ผักสุดเฟรชจากดินแดนที่ปลูกความ ‘Finest’ ในทุกมิติ – เบบี้สปิแนชและไวลด์ร็อคเก็ต จากแบรนด์ Hussey & Co ผู้นำด้านผักสลัดคุณภาพสูง สด สะอาด  รสชาติกรอบ ละมุน, และ Brussels Sprout รสชาติสุดละมุน ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง โภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระตอบโจทย์สายเฮลตี้
  • สัมผัสความเฟรชที่ไม่ปรุงแต่ง ด้วยผลไม้พรีเมียมส่งตรงจากธรรมชาติ– สตรอเบอร์รี่ รสชาติเหนือระดับจาก My Choice สีสันสดใส หวานอมเปรี้ยว เนื้อสัมผัสนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ, Hass Avocado อะโวคาโดพันธุ์หลักจากประเทศออสเตรเลีย เนื้อสัมผัสครีมเนย รสชาติเข้มข้นคล้ายถั่ว เหมาะสำหรับทำอาหารต่าง ๆ ตั้งแต่กัวคาโมลไปจนถึงอะโวคาโดโทสต์, ส้มแมนดารินคุณภาพเยี่ยม ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ของออสเตรเลีย ปอกเปลือกง่าย รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยวิตามินซี ดีต่อสุขภาพ
  • ดื่มด่ำกับวัตถุดิบระดับโลกที่รังสรรค์โดยธรรมชาติจากออสเตรเลีย เนื้อทาจิมาวากิวสายเลือดญี่ปุ่นที่เติบโตในประเทศออสเตรเลีย ที่ผสมผสานศิลปะของลายไขมัน กับรสชาติเนื้อเข้มในสไตล์ออสเตรเลียสุดละมุน ละลายในปาก, เนื้อสันนอกแกะติดซี่โครงออสเตรเลียสุดพรีเมียม นุ่ม ฉ่ำ อุดมไปด้วยสารอาหาร ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเลี้ยงปศุสัตว์ที่เหนือชั้น, ปลาแซลมอนแทสมาเนียนสดคุณภาพเยี่ยม เลี้ยงดูในหนึ่งในน่านน้ำบริสุทธิ์ของโลก อุดมไปด้วยกรดไขมันดีและโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ
  • นุ่มละมุนลิ้นด้วยผลิตภัณฑ์แดรี่ – ชีสจากแบรนด์ Ashgrove ที่สะท้อนมนต์เสน่ห์และลักษณะเฉพาะของภูมิภาคและฤดูกาลที่นำมาซึ่งนมวัวชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น เชดดาร์ชีส บลูชีส ผลิตอย่างพิถีพิถัน ปราศจากเอนไซม์สัตว์ 100% รสชาติเข้มข้น และเป็นเอกลักษณ์, ไอศกรีมแบรนด์ Bulla ผลิตจากนมสดออสเตรเลีย 100% และครีมสุดพรีเมียม ให้รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม, โยเกิร์ตแบรนด์ Tamar Valley จากส่วนผสมธรรมชาติ และนมสดแหล่งพิเศษจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานสูงสุด รสชาติเข้มข้น นุ่มลิ้น ลิ้มลองโยเกิร์ตรสชาติเข้มข้น เนื้อเนียนนุ่ม จาก The Yoghurt Shop ที่รังสรรค์ด้วยความพิถีพิถันในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ผ่านกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม เพื่อมอบรสสัมผัสที่โดดเด่นอย่างแท้จริง และครีมชีสจาก Apollo ผลิตด้วยโรงงานแปรรูปที่ทันสมัย และนำเสนอรสชาติที่แปลกใหม่ให้ได้ลิ้มลอง ชวนคุณลิ้มลองดิปที่เติมเต็มทุกมื้อให้อร่อยยิ่งขึ้น Black Swan dips ซึ่งผลิตในออสเตรเลียจากวัตถุดิบคุณภาพ มาพร้อมรสชาติกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนที่คุณจะประทับใจตั้งแต่คำแรก
  • ที่สุดของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สายเซลฟ์แคร์ต้องเช็ค – ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคุณภาพสูงจากออสเตรเลียอย่างแบรนด์ Spring Leaf ที่อุดมไปด้วยสาร Oligomeric Proanthocyanidins เสริมเกราะปกป้องร่างกายจากความเครียด พร้อมเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ มอบการดูแลภายในอย่างอ่อนโยน, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก Blackmores ชื่อดังจากประเทศออสเตรเลีย คุณภาพเยี่ยม ด้วยวัตถุดิบสุดพรีเมียมจากธรรมชาติ, และ Swiss Collagen เกรปซีด ไอเทมเพื่อผิวสวยสุดฮิต อุดมไปด้วยคอลลาเจน เปปไทด์ วิตามินซี เกรปซีด ที่จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส เต่งตึง และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังได้ยกทัพขนมและของอร่อยสุดฮิตจากแบรนด์ชั้นนำจากออสเตรเลียมาให้ช้อปกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วแมคคาเดเมีย จาก แบรนด์ The Original Happy Nut ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสกรอบ มัน หอมละมุน อุดมไปด้วยไขมันดีและสารต้านอนุมูลอิสระ เมล็ดข้าวโพดสำหรับทำป็อปคอร์นจากแบรนด์ Coles, ช็อคโกแลตนมเปปเปอร์มิ้นต์จากแบรนด์ Cadbury Dairy Milk, เวเฟอร์รูปถ้วยเคลือบช็อคโกแลตนมสอดไส้คาราเมลจากแบรนด์ Pods Twix, และอื่น ๆ อีกมากมาย 

ชวนลิ้มรสรสชาติที่สุดของต้นตำรับตามแบบฉบับชาวออสซี่แท้ ๆ ได้ที่งาน ‘Discover Australia: A First Taste of the Finest’ ตั้งแต่วันนี้ – 8 กรกฎาคม 2568 ที่ท็อปส์, และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ในสาขาที่ร่วมรายการ พร้อมช่องทาง TOPS ONLINE ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand


#TOPS #EveryDayDISCOVERY #DiscoverAustralia
#AFirstTasteoftheFinest

ครั้งแรกที่ภูเก็ต! ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พาบินลัดฟ้าสู่แดนจิงโจ้ ชวนสัมผัสรสชาติแห่งความสดใหม่ของฤดูกาล ในงาน “Discover Australia: A First Taste of the Finest” ส่งตรงจากออสเตรเลียแบบครบจบในที่เดียว

ภูเก็ต 28 มิถุนายน 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล  ร่วมกับ สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ตอกย้ำความเป็น Food Discovery & Destination ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส จัดงานเทศกาล ‘Discover Australia: A First Taste of the Finest’ ที่พร้อมให้คุณดื่มด่ำความอร่อยไปกับรสชาติแห่งความสดใหม่ครั้งแรกของฤดูกาล ส่งตรงจากออสเตรเลียมาไว้ครบในที่เดียว ทั้งสินค้าอาหารระดับพรีเมียม สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟและสินค้าเพื่อสุขภาพ รวมกว่า 1,000 รายการ  ที่ถูกคัดสรรมาแล้วอย่างพิถีพิถันจากประเทศออสเตรเลียที่ขึ้นชื่อในฐานะแหล่งผลิตอาหารคุณภาพเยี่ยม ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ และการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวดตลอดกระบวนการผลิต ทำให้วัตถุดิบจากแดนจิงโจ้มีทั้งความสด สะอาด และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เปี่ยมด้วยคุณค่า พร้อมให้คุณได้ลิ้มลองความ “Finest” อย่างแท้จริง ได้ที่ท็อปส์ และ
ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์  สาขาที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทาง ท็อปส์ ออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 8 กรกฎาคม 2568

นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล  รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ท็อปส์ได้จัดงานเทศกาล Discover Australia: A First Taste of the Finest ขึ้นเป็นครั้งแรกที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นการสะท้อน             กลยุทธ์ของท็อปส์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดท่องเที่ยวระดับพรีเมียม สอดคล้องกับบทบาทของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก และศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 5 เดือนแรกของ ปี 2568 สามารถสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว กว่า149,384 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวราว 2.4 ล้านคน (ที่มา:สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต) การจัดงานนี้จึงเป็นโอกาสในการแนะนำสินค้าคุณภาพจากออสเตรเลียที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกสู่กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมทั้งตอกย้ำบทบาทความเป็น Food Discovery & Destination ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาสของท็อปส์”  

ภายในพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจากนางสาวเคิร์สเทน เฟลตเชอร์ กงสุลใหญ่ออสเตรเลียประจำจังหวัดภูเก็ต และ นางสาวเอสเธอร์ ซัน ทูตพาณิชย์และที่ปรึกษา (การพาณิชย์), สำนักงานการพาณิชย์และการลงทุน (ออสเทรด) สถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้บริหารของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ให้การต้อนรับ ได้แก่ นางสุจิตา เพ็งอุ่น รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ, นายธนวัตร จิรจริยาเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพาณิชย์, นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม 

เปิดประสบการณ์ความอร่อยจากฟาร์มสู่ชั้นวาง กับ 5 ไฮไลต์พาเหรดวัตถุดิบและสินค้าออสซี่พรีเมียม เปี่ยมด้วยเสน่ห์จากแดนซีกโลกใต้

  • ผักสุดเฟรชจากดินแดนที่ปลูกความ ‘Finest’ ในทุกมิติ – เบบี้สปิแนชและไวลด์ร็อคเก็ต จากแบรนด์ Hussey & Co ผู้นำด้านผักสลัดคุณภาพสูง สด สะอาด  รสชาติกรอบ ละมุน, และ Brussels Sprout รสชาติสุดละมุน ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง โภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระตอบโจทย์สายเฮลตี้
  • สัมผัสความเฟรชที่ไม่ปรุงแต่ง ด้วยผลไม้พรีเมียมส่งตรงจากธรรมชาติ– สตรอเบอร์รี่ รสชาติเหนือระดับจาก My Choice สีสันสดใส หวานอมเปรี้ยว เนื้อสัมผัสนุ่ม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ, Hass Avocado อะโวคาโดพันธุ์หลักจากประเทศออสเตรเลีย เนื้อสัมผัสครีมเนย รสชาติเข้มข้นคล้ายถั่ว เหมาะสำหรับทำอาหารต่าง ๆ ตั้งแต่กัวคาโมลไปจนถึงอะโวคาโดโทสต์, ส้มแมนดารินคุณภาพเยี่ยม ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ของออสเตรเลีย ปอกเปลือกง่าย รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยว อุดมไปด้วยวิตามินซี ดีต่อสุขภาพ
  • ดื่มด่ำกับวัตถุดิบระดับโลกที่รังสรรค์โดยธรรมชาติจากออสเตรเลีย เนื้อทาจิมาวากิวสายเลือดญี่ปุ่นที่เติบโตในประเทศออสเตรเลีย ที่ผสมผสานศิลปะของลายไขมัน กับรสชาติเนื้อเข้มในสไตล์ออสเตรเลียสุดละมุน ละลายในปาก, เนื้อสันนอกแกะติดซี่โครงออสเตรเลียสุดพรีเมียม นุ่ม ฉ่ำ อุดมไปด้วยสารอาหาร ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเลี้ยงปศุสัตว์ที่เหนือชั้น, ปลาแซลมอนแทสมาเนียนสดคุณภาพเยี่ยม เลี้ยงดูในหนึ่งในน่านน้ำบริสุทธิ์ของโลก อุดมไปด้วยกรดไขมันดีและโอเมก้า 3 จากธรรมชาติ
  • นุ่มละมุนลิ้นด้วยผลิตภัณฑ์แดรี่ – ชีสจากแบรนด์ Ashgrove ที่สะท้อนมนต์เสน่ห์และลักษณะเฉพาะของภูมิภาคและฤดูกาลที่นำมาซึ่งนมวัวชั้นดี ไม่ว่าจะเป็น เชดดาร์ชีส บลูชีส ผลิตอย่างพิถีพิถัน ปราศจากเอนไซม์สัตว์ 100% รสชาติเข้มข้น และเป็นเอกลักษณ์, ไอศกรีมแบรนด์ Bulla ผลิตจากนมสดออสเตรเลีย 100% และครีมสุดพรีเมียม ให้รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม, โยเกิร์ตแบรนด์ Tamar Valley จากส่วนผสมธรรมชาติ และนมสดแหล่งพิเศษจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานสูงสุด รสชาติเข้มข้น นุ่มลิ้น ลิ้มลองโยเกิร์ตรสชาติเข้มข้น เนื้อเนียนนุ่ม จาก The Yoghurt Shop ที่รังสรรค์ด้วยความพิถีพิถันในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ผ่านกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม เพื่อมอบรสสัมผัสที่โดดเด่นอย่างแท้จริง และครีมชีสจาก Apollo ผลิตด้วยโรงงานแปรรูปที่ทันสมัย และนำเสนอรสชาติที่แปลกใหม่ให้ได้ลิ้มลอง ชวนคุณลิ้มลองดิปที่เติมเต็มทุกมื้อให้อร่อยยิ่งขึ้น Black Swan dips ซึ่งผลิตในออสเตรเลียจากวัตถุดิบคุณภาพ มาพร้อมรสชาติกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนที่คุณจะประทับใจตั้งแต่คำแรก
  • ที่สุดของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สายเซลฟ์แคร์ต้องเช็ค – ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคุณภาพสูงจากออสเตรเลียอย่างแบรนด์ Spring Leaf ที่อุดมไปด้วยสาร Oligomeric Proanthocyanidins เสริมเกราะปกป้องร่างกายจากความเครียด พร้อมเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ มอบการดูแลภายในอย่างอ่อนโยน, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก Blackmores ชื่อดังจากประเทศออสเตรเลีย คุณภาพเยี่ยม ด้วยวัตถุดิบสุดพรีเมียมจากธรรมชาติ, และ Swiss Collagen เกรปซีด ไอเทมเพื่อผิวสวยสุดฮิต อุดมไปด้วยคอลลาเจน เปปไทด์ วิตามินซี เกรปซีด ที่จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส เต่งตึง และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ ท็อปส์ยังได้ยกทัพขนมและของอร่อยสุดฮิตจากแบรนด์ชั้นนำจากออสเตรเลียมาให้ช้อปกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วแมคคาเดเมีย จาก แบรนด์ The Original Happy Nut ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสกรอบ มัน หอมละมุน อุดมไปด้วยไขมันดีและสารต้านอนุมูลอิสระ เมล็ดข้าวโพดสำหรับทำป็อปคอร์นจากแบรนด์ Coles, ช็อคโกแลตนมเปปเปอร์มิ้นต์จากแบรนด์ Cadbury Dairy Milk, เวเฟอร์รูปถ้วยเคลือบช็อคโกแลตนมสอดไส้คาราเมลจากแบรนด์ Pods Twix, และอื่น ๆ อีกมากมาย 

ชวนลิ้มรสรสชาติที่สุดของต้นตำรับตามแบบฉบับชาวออสซี่แท้ ๆ ได้ที่งาน ‘Discover Australia: A First Taste of the Finest’ ตั้งแต่วันนี้ – 8 กรกฎาคม 2568 ที่ท็อปส์, และ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ในสาขาที่ร่วมรายการ พร้อมช่องทาง TOPS ONLINE ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand


#TOPS #EveryDayDISCOVERY #DiscoverAustralia
#AFirstTasteoftheFinest

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พลิกโฉมสาขาเซ็นทรัล พระราม 9 สู่ Luxury Food Destination ดึงกำลังซื้อลูกค้าระดับบน–นักท่องเที่ยวต่างชาติในย่าน พร้อมโชว์โมเดลรีเทล “16 Wonders” ความแตกต่างอย่างมีระดับของการช้อปแบบพรีเมียม

กรุงเทพฯ 23 มิถุนายน 2568 –  ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าขยายพอร์ตพรีเมียมฟู้ดสโตร์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รุกทำเลศักยภาพใจกลางเมือง “พระราม 9 – รัชดาภิเษก” อัปเกรดสาขาเซ็นทรัล พระราม 9 สู่ฟอร์แมต “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” โลกแห่งประสบการณ์เหนือระดับที่ไร้รอยต่อ ผ่านการนำเสนอ “16 Wonders” โซนไฮไลต์ที่ออกแบบมาให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อประดับพรีเมียม ครอบคลุมทุกมิติของไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมยกระดับการเลือกซื้อสินค้าและบริการคุณภาพอย่างครบวงจร ตอกย้ำบทบาทผู้นำฟู้ดรีเทลของเมืองไทยอย่างแท้จริง โดยการปรับโฉมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตอบรับกับโปรไฟล์ของลูกค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความหลากหลายและกำลังซื้อสูง

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ย่านพระราม 9 และ รัชดาภิเษกเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) รายล้อมด้วยคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน แหล่งไลฟ์สไตล์ครบวงจร รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของทำเลและพฤติกรรมผู้บริโภคยังสะท้อนถึงโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการเดินหน้าอัปเกรดสาขาเซ็นทรัล พระราม 9 สู่ฟอร์แมต ‘ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์’ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุดและยกระดับประสบการณ์ให้สอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์

การอัปเกรดสาขาเซ็นทรัล พระราม 9 สู่ฟอร์แมต “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” ครั้งนี้นับเป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญทั้งในด้านการนำเสนอสินค้าและบริการรวมถึงบรรยากาศภายในร้าน โดยได้ขยายพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 1,000 ตารางเมตร เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายเจเนอเรชันที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่สินค้าคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์การจับจ่ายที่ครบครัน สะดวกสบาย และคุ้มค่า ภายใต้มาตรฐานระดับเวิลด์คลาส โดยยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดความสำเร็จจากสาขานำร่องอย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งหลังจากปรับโฉมพบว่ามีการเติบโตของยอดขายอย่างชัดเจน เฉลี่ยมูลค่าการใช้จ่ายต่อใบเสร็จเพิ่มขึ้นกว่า 20% สะท้อนให้เห็นว่าฟอร์แมตนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในกลุ่มคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว”

สำหรับ “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ฟู้ดสโตร์ระดับเวิลด์คลาสนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับในด้านต่างๆ ที่ออกแบบมาให้ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อประดับพรีเมียมแห่งใหม่ล่าสุดในย่านพระราม 9

  • Design as a Destination จุดหมายปลายทางของนักชิม ที่ออกแบบให้ทุกโซนเป็นประสบการณ์รสชาติระดับโลก ด้วยพื้นที่ในรูปแบบ Room Concept ที่เชื่อมโยง 16 Wonders หรือ 16 โซนเอกลักษณ์เข้าด้วยกัน โดยแต่ละโซนมีดีไซน์ Mood and Tone เฉพาะตัว ช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าค้นหาและยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งให้สนุก เพลิดเพลิน และสะดวกสบายยิ่งขึ้น หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Discovery Zone เปิดพื้นที่พิเศษเสมือนเป็นหน้าต่างของร้าน ดึงดูดความสนใจของลูกค้าด้วยอีเวนต์สุดครีเอทีฟ ไฮไลต์สินค้าจากทั่วทุกมุมโลกหมุนเวียนกันไป เพื่อสร้าง happening กระตุ้นความสนใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงสินค้าอินเทรนด์ไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และผลไม้ตามฤดูกาล ทั้งนำเข้าและผลไม้ GI มาจัดแสดงอย่างน่าตื่นตา นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบยังรายล้อมด้วยร้านค้าแนะนำชื่อดังระดับ Michelin และร้านเด็ดร้านดังมากกว่า 40 ร้านค้า กับเมนูสุดพิเศษอีกกว่า 1000 เมนู พร้อมมุม สำหรับนั่งจิบไวน์และลิ้มรสอาหารคุณภาพในบรรยากาศชิลล์ ๆ ที่ TOPS Eatery 
  • Curated World Assortment ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบพิถีพิถันด้วยการคัดสรรสินค้าคุณภาพเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ อาณาจักรสินค้าที่ครอบคลุมกว่า 40,000 รายการ คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันตามแบรนด์ดีเอ็นเอของท็อปส์ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด วัตถุดิบชั้นเลิศ สินค้าเพื่อสุขภาพ ของใช้ประจำวัน ไปจนถึง ไอเทมพรีเมียมนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก หมุนเวียนมาให้เลือกสรรตลอดทั้งปี รวมถึงเอ็กซ์คลูซีฟไอเท็มที่หาซื้อได้เฉพาะที่ท็อปส์เท่านั้น อาทิ Chocolate Cotton Candy ขนมหวานกลิ่นหอมละมุนจาก The Baker, Arnoldi: Provolone Piccante Mandarino ชีสโปรโวโลนรสจัดจากอิตาลี, Oscietra Caviar และ Beluga Caviar สุดยอดคาเวียร์ชั้นเลิศสายพันธุ์หายาก, Delicias de Hurtada Iberico de Bellota แฮมจากหมูอิเบอริโก้แท้ 100% ที่ผ่านการเลี้ยงแบบธรรมชาติ, Mrs. Macs พายสูตรดั้งเดิมจากออสเตรเลีย, Mr. Beast ช็อกโกแลตสุดไวรัลจากสหรัฐอเมริกา, Veuve Clicquot Bangkok Arrow แชมเปญลิมิเต็ดจากฝรั่งเศส ที่ผลิตเพียง 1,000 ขวดสำหรับประเทศไทย ไปจนถึง OBgE แบรนด์บิวตี้ไอเทมสำหรับผู้ชายจากเกาหลีที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและสไตล์ นอกจากนี้ยังมีผลไม้       พรีเมียมจากแบรนด์ My Choice ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นเชอร์รี่แดง หรือทุเรียนหมอนทองคุณภาพเยี่ยม 
  • Unmissable Promotions สิทธิพิเศษที่คัดมาอย่างเข้าใจทุกสไตล์การช้อป สุดคุ้มกับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าคนสำคัญที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับเวิลด์คลาสที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ถึง 3 ต่อ ต่อที่ 1 เมื่อช้อปครบ 800 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับคูปองเงินสด มูลค่า 100 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการจับจ่ายครั้งถัดไป ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล พระราม9 ต่อที่ 2 ช้อป ครบ 1,500 บาท รับของขวัญพรีเมียมสุดคิ้วท์ กระเป๋า “ท็อปสเตอร์” มูลค่า 349 บาท ต่อที่ 3 สำหรับการชำระด้วยบัตรเครดิต T1 รับเงินคืนทันที 4% สูงสุด 300 บาท และรับเงินคืนพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 1,000 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • Meet the Master เปิดโลกแห่งความเป็นมืออาชีพ กับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่ใช่แค่การช้อปปิ้ง พบกับเหล่ามาสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมในทุกโซนของร้านในแต่ละ Room Concept ซึ่งออกแบบและจัดสรรพื้นที่ให้พร้อมรองรับทุกความต้องการที่หลากหลาย ให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดในโซนสินค้าต่างๆ ที่จะมาแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกวัตถุดิบ เทคนิคการปรุงอาหาร และอินไซต์เชิงลึกด้านไลฟ์สไตล์และอาหาร เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ลึกซึ้งและแตกต่างอย่างแท้จริง 
  • Omnichannel Experience ความพรีเมียมแบบเดียวกันทุกช่องทาง นอกเหนือจากสินค้าและการให้บริการแบบเหนือระดับผ่านช่องทางออฟไลน์แล้ว ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัล พระราม 9 ยังให้บริการคู่ขนานบนแพลตฟอร์มออมนิแชแนล (Omnichannel) เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ ด้วยบริการต่าง ๆ อาทิ บริการ Personal Shopper ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวที่พร้อมดูและแบบใกล้ชิด และให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ พร้อมคัดสรรสินค้าให้ตรงใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างครบถ้วน มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม ทั้งการเลือกซื้อสินค้าจากที่ไหนก็ได้และข้อเสนอส่วนบุคคลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาไม่ได้จากที่อื่น พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ใช้บริการ Personal Shopper เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในทุกการจับจ่ายอย่างแท้จริง

“ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ไม่ได้เป็นเพียงการขยายขนาดพื้นที่ แต่คือการยกระดับอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านภาพลักษณ์ สินค้า การบริการ และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ นอกจากนี้ ท็อปส์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการปรับปรุงและขยายสาขาในทำเลศักยภาพ เพื่อรองรับผู้บริโภคที่มีความหลากหลายได้อย่างตรงจุด ตามวิสัยทัศน์ Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail’ ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสในทุกมิติ”
นายสเตฟาน กล่าวสรุป

สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งเหนือระดับ ได้ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ได้แล้ววันนี้ โดยเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00–22.00 น. ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #TOPSFOODHALL #CentralRama9

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าปักธงแบรนด์ไทยในสิงคโปร์ วางเกมรุกด้วยแผนขยายไลน์สินค้า ‘I LOVE THAILAND’ ผ่านเครือข่ายแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป กว่า 100 รายการ ในปี 2569 หลังพบกระแสสินค้าไทยดีเกินคาด

กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2568 –  บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ ออนไลน์ ท็อปส์ แคร์ และมัทสึคิโยะ เดินหน้ารุกตลาดสิงคโปร์อย่างจริงจัง ภายหลังประสบความสำเร็จในการส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดสิงคโปร์ในระยะแรก เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับ NTUC FairPrice Co-operative Limited (FPG) ผู้นำค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ที่ได้ลงนามร่วมกันเมื่อเดือน กันยายน 2567 โดยความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการขยายไลน์สินค้าไทยภายใต้คอนเซปต์ “I LOVE THAILAND” เสริมดีมานด์และศักยภาพของตลาดรีเทลสิงคโปร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตั้งเป้าขยายไลน์สินค้าเพิ่มขึ้นกว่า 100 รายการในปี 2569

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาค เพราะนอกจากจะเป็นศูนย์กลางค้าปลีกระดับพรีเมียมที่มีการแข่งขันสูง สิงค์โปร์ยังถือเป็นหน้าด่านสำคัญในการขยายแบรนด์และสินค้าไทยสู่ตลาดเอชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างดี  ในปีที่ผ่านมา ได้เห็นสัญญาณบวกจากการส่งออกสินค้าไทยของเราไปยังสิงค์โปร์อย่างชัดเจนจาก 3 ปัจจัยสนับสนุน อันได้แก่ 1) ความนิยมและเชื่อมั่นในสินค้าไทยของผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ซึ่งมีความคุ้นเคยและเปิดรับเป็นอย่างดีจากวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ 2) ภูมิทัศน์ตลาดค้าปลีกระดับพรีเมียมของสิงคโปร์ที่สอดรับกับคุณภาพและภาพลักษณ์ต่อแบรนด์สินค้า ภายใต้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป และ 3) พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทรนด์ ‘ไฮเปอร์เนสติ้ง’ (Hyper-Nesting) ที่ให้ความสำคัญในการเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตภายในบ้าน โดยเฉพาะในด้านอาหาร ขนม และของใช้ที่มีคุณภาพและครบครัน

ด้าน นายวิปุล ชาวลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป กล่าวว่า “ชาวสิงคโปร์มีความ ชื่นชอบในอาหารไทยเป็นอย่างมาก ในฐานะผู้นำค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการของเรา และจากความร่วมมือกับเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป นี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เราได้มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกๆ วันของผู้บริโภคให้ดีขึ้น ด้วยการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดจากประเทศไทยสู่มือผู้บริโภคในสิงคโปร์”

ความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป และแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป เดินหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยผลตอบรับที่ดี เห็นได้จาก ยอดขายสินค้า ‘I Love Thailand’ ที่มีอัตราเติบโตสูงถึง 20% ต่อเนื่องทุกเดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นมา และปัจจุบัน ได้มีการวางจำหน่ายสินค้า ‘I Love Thailand’ ที่ร้านภายใต้เครือข่ายของแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป กว่า 87 สาขาทั่วประเทศสิงคโปร์ ครอบคลุมกว่า 50 รายการในหลากหลายหมวดหมู่ อาทิ ผลไม้ ขนมขบเคี้ยว (เช่น ข้าวแต๋นกรอบ ทองม้วน) และเครื่องปรุงรสสไตล์ไทย รวมถึงน้ำจิ้มและซอสปรุงอาหารต่าง ๆ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบวัฒนธรรมการบริโภคแบบไทยโดยเฉพาะ โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและกระตุ้นยอดขาย โดยกระแสตอบรับในช่วงเริ่มต้น ได้สร้างแรงผลักดันให้ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป เดินหน้าขยายไลน์สินค้า “I LOVE THAILAND” ให้ครบกว่า 100 รายการ ภายในปี 2569 นอกจากนี้ เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคชาวสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง แฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป ได้จัดงาน Thai Fair ภายใต้ธีม “I LOVE THAILAND” ร้านภายใต้เครือข่ายของแฟร์ไพรซ์ กรุ๊ป จนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยได้รับเกียรติจาก เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสิงคโปร์ และตัวแทนจากภาคธุรกิจการค้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงแรงสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในความร่วมมือระดับทวิภาคีครั้งนี้

“การต่อยอดความร่วมมือกับไพรซ์ กรุ๊ป ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายศักยภาพเครือข่ายค้าปลีกระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนสินค้า กลยุทธ์ และความเชี่ยวชาญซึ่งกันและกัน โดยไม่เพียงส่งเสริมการเติบโตของแบรนด์ไทยในตลาดต่างประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสสินค้าคุณภาพจากต่างประเทศเช่นกัน โดยเรามีแผนในการนำเข้าสินค้าจากแฟร์ไพรซ์มาจำหน่ายในประเทศไทยช่วงปลายไตรมาสที่สามของปีนี้ นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าว ยังตอกย้ำบทบาทของของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ในฐานะผู้นำค้าปลีกที่มีพันธกิจชัดเจนในการผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และแบรนด์ท้องถิ่น ให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค” นายสเตฟาน กล่าวสรุป

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #TOPSILOVETH #FairPrice

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ย้ำจุดยืนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้ามิชชั่นเน็ตซีโร่ เปลี่ยนการจำหน่ายเบียร์ขวดแก้วสู่บรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียม บนพื้นที่เกาะพะงัน ลดปัญหามลพิษขยะตกค้างทางทะเล ยกระดับทะเลไทยสู่ Sustainable Island Tourism Destination

กรุงเทพฯ 5 มิถุนายน 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ย้ำจุดยืนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้ายกระดับภารกิจรักษ์โลกผ่านกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของท็อปส์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน ดำเนินการภายใต้แนวคิด “Small Acts Together” หรือ พลังเล็กๆ เพื่อโลกที่ยั่งยืน ที่สอดคล้องไปกับกลยุทธ์ “CRC Care” ของเซ็นทรัล รีเทล ในด้าน Care of the Environment โดยเปลี่ยนการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์จากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วสู่บรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียม หลังพบปัญหาปริมาณขยะตกค้างบริเวณชายฝั่งทะเล เริ่มนำร่องที่ท็อปส์และท็อปส์ เดลี่ รวมทั้ง 8 สาขาบนพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมยกระดับเกาะพะงันสู่แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบสีเขียวในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายในการลดขยะขวดแก้วบนเกาะพะงันจาก  60-75 ตัน/วัน เหลือแค่ 15 ตันต่อวัน เพื่อลดภาระการกำจัดปริมาณขยะของเทศบาลลดลง 75% ต่อวัน พร้อมกันนี้ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ท็อปส์ขอย้ำจุดยืนในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ ผ่านภารกิจและโครงการที่จับต้องได้ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ 

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่าปัจจุบันขยะทะเลยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนในการแก้ไข และบริหารจัดการขยะทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลจากการสำรวจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2566 ระบุว่า ปริมาณขยะที่ถูกจัดการไม่ถูกต้องและส่งผลให้เกิดขยะทะเลมีจำนวนสูงถึง 34,000 – 51,000 ตัน ท็อปส์ในฐานะองค์กรค้าปลีกที่ดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน และมุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เทศบาลตำบลเกาะพะงัน เทศบาลตำบลบ้านใต้ เทศบาลตำบลเพชรพะงัน และสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ในโครงการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแนวทางการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์จากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมาเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบากว่า ง่ายต่อการขนย้ายและสามารถรีไซเคิลได้ 100% เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดปริมาณขยะตกค้างตั้งแต่ต้นทาง ลดอันตรายจากเศษแก้วที่แตกหัก รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ สร้างมูลค่าให้กับขยะที่สามารถรีไซเคิลได้  

” เพื่อบรรลุถึงพันธะสัญญาที่จะสร้างความยั่งยืนในทุกมิติตั้งแต่ ผู้คน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เราได้เริ่มนำร่องเปลี่ยนการจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มประเภทเบียร์บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมาเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องอลูมิเนียมที่ท็อปส์และท็อปส์ เดลี่ รวม 8 สาขา บนพื้นที่เกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาสังสรรค์และพักผ่อนหย่อนใจกว่าพันคนต่อเดือน ก่อนจะขยายผลไปยังผลิตภัณฑ์บรรจุขวดแก้วอื่นๆ ต่อไป”

นอกจากการริเริ่มเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์จากขวดแก้วสู่กระป๋องอลูมิเนียมแล้ว ท็อปส์ยังคงเดินหน้าภารกิจอื่นๆ ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นในพลังเล็ก ๆ ที่ร่วมมือกันจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Small Acts Together” ผ่านกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 อาทิ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ My Choice เชอรี่ ที่สามารถย่อยสลายได้และไม่่เคลือบพลาสติก 100% การติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ที่ร้านท็อปส์ในสาขาสแตนอโลน การติดตั้งตู้เย็นประหยัดพลังงาน ที่ใช้นวัตกรรมระบบทำความเย็นเพื่อควบคุมอุณหภูมิได้ดียิ่งขึ้นและช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 35% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบตู้เย็นแบบเปิด รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า เพื่อกระจายสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังร้าน TOPS และ TOPS DAILY ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพ ไปยังชุมชนที่มีความต้องการในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ 

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#Tops #EveryDayDISCOVERY #SmallActsTogether

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เนรมิตมนต์เสน่ห์แห่งอิตาลีในงาน ‘Discover Italia: The Most Iconic Products by Region’ ยกทัพสินค้าอิตาลีที่ขึ้นชื่อจากแคว้นดัง ส่งตรงถึงไทยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงอิตาลี

กรุงเทพฯ 4 มิถุนายน 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าผสานความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน (ITA) ภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อส่งเสริมและสื่อสารวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนผ่านสินค้า Made in Italy อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำแนวคิด Every Day DISCOVERY จัดงาน “Discover Italia: The Most Iconic Products by Region” ชวนสัมผัสสินค้ายอดนิยมจากอิตาลีสุดพรีเมียมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากแคว้นดังทั่วประเทศอิตาลีกว่า 1,200 รายการ นำโดยไอเท็มไฮไลต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากหลากหลายแค้วนขึ้นชื่อของประเทศอิตาลีไม่ว่าจะเป็น เอมีเลีย-โรมัญญา, ลอมบาร์เดีย, อาบรุซโซ, เตรนตีโน-อัลโตอาดีเจ, พีดมอนต์, ปูเกลีย, คาลาเบรีย และคัมปาเนีย ร่วมเปิดประสบการณ์ต้นตำรับแห่งรสชาติได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม – 10 มิถุนายน 2568 ที่ท็อปส์,ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์เดลี่ ในสาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์

สัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติจากหลากหลายแคว้นดังในอิตาลี ต้นตำรับความอร่อยเหนือจรดใต้ ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของอาหารอิตาเลียนแท้ในทุกคำ:

  • แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา – หัวใจแห่งรสชาติของอิตาลี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมืองและวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้มสายชูบัลซามิกจากแบรนด์เก่าแก่ Giuseppe Giusti ที่หมักด้วยไม้หลากชนิด เช่น เชอร์รี่ โอ๊ค และเกาลัด จนได้รสกลมกล่อม หวานละมุนไม่เหมือนใคร หรือขนมพัฟฟ์ Matilde Vicenzi ที่กรอบ หอมเนย ถ่ายทอดความอร่อยแบบอิตาเลียนแท้ได้อย่างลงตัว
  • แคว้นลอมบาร์เดีย – แคว้นทางตอนเหนือของอิตาลีที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะ “ข้าวรีซอตโต” จากแบรนด์ Risotto Arborio ข้าวพันธุ์ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมในหมู่เชฟชาวอิตาเลียน เมล็ดกลมสั้นคล้ายไข่มุก อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต เมื่อปรุงจะให้สัมผัสนุ่มหนึบ เหมาะสำหรับสร้างสรรค์เมนูรีซอตโตต้นตำรับที่ทั้งหอมและกลมกล่อมในทุกคำ
  • แคว้นอาบรุซโซ – พื้นที่ระหว่างแนวภูเขาและทะเลตอนกลางของอิตาลี โดดเด่นด้วยวิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม และเส้นพาสต้าออร์แกนิกจากข้าวสาลีดูรัม แบรนด์ Le Pastine Bio ที่มีกลิ่นหอมข้าวสาลีแท้ สัมผัสเหนียวนุ่มแบบอิตาเลียน 
  • แคว้นเตรนตีโน-อัลโตอาดีเจ – ภูมิภาคแห่งสองวัฒนธรรมที่ผสานอิทธิพลอิตาเลียนกับออสเตรียและเยอรมันอย่างกลมกลืน สะท้อนผ่านอาหารและขนมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น บิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์จากแบรนด์ Schär รสหวานละมุน เนื้อเบา กรอบ และปราศจากกลูเตน เหมาะสำหรับทำทิรามิสุ หรือจับคู่กับเครื่องดื่มโปรดในวันสบายๆ
  • แคว้นพีดมอนต์ – หนึ่งในต้นกำเนิดของช็อกโกแลตระดับตำนานของอิตาลี และแหล่งผลิตของแบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดังมากมาย หนึ่งในนั้นคือดาร์กช็อกโกแลตจากแบรนด์ Venchi ที่โดดเด่นด้วยการใช้เมล็ดโกโก้คุณภาพสูงจากแหล่งปลูกชั้นเยี่ยม ให้รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ละลายในปาก พร้อมกลิ่นหอมละมุนของโกโก้แท้ที่ชวนให้นึกถึงช็อกโกแลตร้อนแบบต้นตำรับ
  • แคว้นปูเกลีย – แหล่งน้ำมันมะกอกชั้นยอดที่ของประเทศอิตาลี โดยมีแบรนด์ยอดฮิตอย่าง น้ำมันมะกอกระดับพรีเมียม กลิ่นหอม อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพ และอีกหนึ่งไฮไลต์คือเส้นพาสต้าแบรนด์ Marella ผลิตจากแป้งดูรัมเซโมลินาออร์แกนิก ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม มาพร้อมสีสันและรูปทรงหลากหลายที่ทั้งอร่อยและสวยงามบนจานอาหาร
  • แคว้นคาลาเบรีย – ลงมาตอนใต้สุดของคาบสมุทรอิตาลีที่อุดมไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพไม่แพ้กัน หนึ่งในไฮไลต์คือซอสพาสต้าจากแบรนด์ Delizie Di Calabria ที่โดดเด่นทั้งในด้านรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เป็นที่โปรดปรานของผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดจากทั่วโลก ด้วยรสชาติเผ็ดร้อนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ลงตัวและแฝงด้วยเสน่ห์แบบอิตาเลียนแท้
  • แคว้นคัมปาเนีย –  ต้นกำเนิดของพิซซ่าและสปาเกตตีที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงของพาสต้า” ของอิตาลี โดดเด่นด้วยซอสมะเขือเทศและเส้นพาสต้าคุณภาพเยี่ยม อย่างเส้นพาสต้าจากแบรนด์ Pastificio Liguori หนึ่งในแบรนด์เก่าแก่ของประเทศอิตาลี ผลิตจากข้าวสาลีดูรัม 100% พร้อมการันตีคุณภาพด้วยตราสัญลักษณ์ PGI (Protected Geographical Indication) ให้สัมผัสเหนียวนุ่มตามแบบฉบับอิตาเลียนดั้งเดิมแท้ ๆ ที่ครองใจผู้รักพาสต้าทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังยกทัพขนมและของอร่อยยอดฮิตจากอิตาลีมาให้เลือกช้อปแบบจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเวเฟอร์ Loacker รสชาติเข้มข้น, ช็อกโกแลต Ferrero Rocher ที่กรอบ อร่อย เต็มรสโกโก้แท้, บิสกิต Nutella สอดไส้ช็อกโกแลตสุดฟิน และชีสพรีเมียมจากแบรนด์ดังอย่าง Consorzio Virgilio และ Arnoldi ที่ผ่านการบ่มและควบคุมคุณภาพอย่างพิถีพิถัน

ชวนลิ้มรสรสชาติต้นตำหรับตามแบบฉบับอิตาเลียนแท้ได้ที่งาน ‘Discover Italia:  The Most Iconic Products by Region’ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม – 10 มิถุนายน 2568 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์เดลี่ ในสาขาที่ร่วมรายการ พร้อมช่องทาง TOPS ONLINE ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th,เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand


#TOPS #EveryDayDISCOVERY #DiscoverItalia
#TheMostIconicProductsbyRegion

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองครบรอบ 50 ปี ไทย-จีน ชวนสัมผัสเสน่ห์แห่งรสชาติระดับตำนานแดนมังกร ยกทัพอาหาร-วัตถุดิบจัดเต็มในงาน Discover China ‘Savor Sichuan and Explore Culinary Treasures’

กรุงเทพฯ 20 พฤษภาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ชวนร่วมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน เดินหน้าจัดงานเทศกาลสินค้าอาหารจากจีนสุดยิ่งใหญ่ “Discover China” ครั้งแรก! ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Savor Sichuan and Explore Culinary Treasures’ พร้อมชวนเปิดประตูสู่ขุมทรัพย์แห่งรสชาติสไตล์เสฉวนและอีกหลากหลายรสชาติแบบจีนต้นตำรับไปกับสุดยอดเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอาหารจากแดนมังกร ผ่านวัตถุดิบพรีเมียมและเมนูที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากมณฑลดังของจีน สามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์และลิ้มรสอาหารจีนสูตรต้นตำหรับได้ตั้งแต่วันนี้ – 27 พฤษภาคม 2568 ที่ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

กระแสวัฒนธรรมจีนถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ยอดนิยมอย่างต่อเนื่องในไทย อีกทั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาซีรีส์จีนกลายเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ปลุกกระแสความสนใจในวัฒนธรรมจีนอย่างกว้างขวาง ทั้งภาษา แฟชั่น และโดยเฉพาะ “อาหารจีน” ที่มักปรากฏในฉากโปรดของหลายคน และแน่นอนว่าผู้ชมชาวไทยไม่น้อยที่ดูซีรีส์จีนและอยากสัมผัสรสชาติอาหารจีนแท้ด้วยตัวเองกันมากขึ้น เพื่อตอกย้ำการเป็น Food Discovery & Destination พร้อมถือโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ท็อปส์จึงได้จัดงาน Discover China ภายใต้คอนเซ็ปต์ Savor Sichuan and Explore Culinary Treasures ผ่านการนำเสนอวัตถุดิบ เครื่องปรุง และชุดประกอบอาหารคุณภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ทั้งแบบกึ่งสำเร็จรูปเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่างหมาล่าและหม้อไฟเสฉวน ได้แก่

  • ผักและผลไม้ประจำฤดูกาลสดจากแหล่ง…เสิร์ฟถึงครัว ยกขบวนผักและผลไม้ตามฤดูกาลหลากหลายสายพันธุ์ ส่งตรงจากแหล่งเพาะปลูกชั้นยอดจากหลายมณฑลของจีน ให้ได้ลิ้มลองความสดใหม่ราวกับเดินอยู่กลางตลาดสดแดนมังกร ไม่ว่าจะเป็น ราสป์เบอร์รี่สด, สาลี่หิมะหวานฉ่ำ รวมไปถึง เห็ดชิตาเกะ เนื้อแน่น เต็มคำ เป็นแหล่งโปรตีนธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมี เห็ดชิเมจิขาว และ สีน้ำตาล คัดสดจากเซินเจิ้น, เลมอนสดจากชิงเต่า เปลือกบาง กลิ่นหอม น้ำฉ่ำสดชื่น ไปจนถึง บรอกโคลี และ กะหล่ำดอก เกรดพรีเมียมจากมณฑลยูนนาน เติมความสุขให้ทุกมื้อด้วยรสชาติแบบต้นตำรับ และเรื่องเล่าบนจานที่เชื่อมถึงวัฒนธรรมจีนอย่างกลมกล่อม
  • ไอเทมเส้น ๆ คุณภาพ สำหรับสายกินเส้นต้องห้ามพลาด คัดมาเน้น ๆ กับหลากหลายเมนูเส้นจากแบรนด์ดังส่งตรงจากจีน ไม่ว่าจะเป็น Hao Huan Luo เส้นเล็กกึ่งสำเร็จรูป 2 รสชาติฮิต หอยหวาน และหอยหวานกุ้งล็อบสเตอร์ ที่ทั้งแซ่บและหอมกลิ่นทะเล, บะหมี่ถ้วยเส้นหนานุ่มรสเนื้อตุ๋นเข้มข้นจาก Kang Shi Fu ที่เสิร์ฟรสชาติต้นตำรับจีนแท้ และสำหรับสายหมาล่าตัวจริง ต้องลองเส้นหนึบรสเผ็ดชาแบบหม่าล่าจากร้านหม้อไฟชื่อดัง Haidilao ที่ยกความฟินแบบหม้อไฟมาไว้ในมื้อเร่งด่วนอย่างลงตัว
  • รังสรรค์หมาล่าสไตล์เสฉวนได้ที่บ้าน สายหม้อไฟต้องฟิน พบกับวัตถุดิบและเครื่องปรุงคุณภาพ สำหรับทำหมาล่าและหม้อไฟรสชาติเสฉวนแท้ ๆ ได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น น้ำซุปเข้มข้นกึ่งสำเร็จรูป ทั้งรสเผ็ดจัดจ้านและหม่าลาชาจากแบรนด์ เต๋อจวง น้ำมันพริกสไตล์เสฉวน, ฟองเต้าหู้ทอด จาก Foodee ที่กรอบอร่อยลงตัว เพิ่มความกลมกล่อมด้วย ซอสเต้าเจี้ยวผสมน้ำมันพริกเสฉวน และ ซอสพริกสไตล์ฉงชิ่ง จาก Chin Eat ที่พกความจัดจ้านแบบฉบับฉงชิ่งมาเต็มพิกัด ปิดท้ายด้วยของคู่ครัวอย่าง ซีอิ๊วดำ และ ซอสหอยนางรม จากแบรนด์ดัง ลีกุมกี่ ที่ช่วยชูรสให้ทุกเมนูจีนออกมาอร่อยลงตัวเหมือนนั่งกินที่ร้านต้นตำรับ
  • เครื่องดื่มเติมความสดชื่นคู่กับจานโปรดแบบฉบับจีน จะหม้อไฟ หมาล่า หรือเมนูจีนจานโปรด ก็ต้องมีเครื่องดื่มคู่ใจมาช่วยรีเฟรช ท็อปส์รวบรวมตัวเด็ดมาให้เลือกครบ ไม่ว่าจะเป็น หวัง เล่า จี๋ เครื่องดื่มสมุนไพรจีนที่นิยมจับคู่กับหม้อไฟ, Chi Forest Sparkling Water รสลิ้นจี่ซ่า หอมลิ้นจี่ธรรมชาติ ไม่มีน้ำตาล ดื่มเพลินแบบไม่รู้สึกผิด สายเฮลท์ตี้ต้องลอง ไทซันตงกัวฉาน้ำฟัก ดับร้อนชุ่มคอ สูตรต้นตำรับจากจีน และ แอมโบรเซียล กรีกโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ที่ทั้งเข้มข้น หอมมัน จากนมสดคุณภาพเยี่ยม ปิดท้ายด้วย โยเกิร์ตสตรอว์เบอร์รี่จากตานตง แบรนด์ AMX ไม่มีน้ำตาลซูโครส แต่หวานธรรมชาติจากผลไม้แท้ ดื่มง่าย อร่อยแบบมีประโยชน์
  • ขนมขบเคี้ยวสายจีน เคี้ยวเพลินทุกช่วงเวลา เพิ่มความสนุกให้ทุกวันด้วยขนมขบเคี้ยวสุดน่ารักและรสชาติเฉพาะตัวสไตล์จีน ท็อปส์ขอแนะนำ ลูกอมเคี้ยวหนึบแบรนด์เสี่ยวมีมี รสหวานอมเปรี้ยว ช่วยเติมความสดชื่นได้ตลอดวัน, ไวท์ แรบบิท ครีมมี แคนดี ขนมในความทรงจำที่ใครกินก็หลงรัก นอกจากนี้สายขนมกรอบต้องลอง Xiao Pang  ถั่วปากอ้าอบกรอบรสไข่ปู กลิ่นหอมเฉพาะตัว เคี้ยวเพลินไม่มีเบื่อ และ Want Want Roll Mi โรลข้าวอบกรอบสอดไส้ชีส ที่ทั้งหอม มัน ฟินเต็มคำแบบหยุดไม่อยู่

ทั้งนี้ในงานยังได้รับเกียรติจาก เชฟพลอย ณัฐณิชา บุญเลิศ จากรายการ Master Chef Thailand Season 1 มาร่วมแชร์ไอเดียในการรีวิวแนะนำสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวัตถุดิบและเครื่องปรุงจากประเทศจีนที่ทุกท่านไม่ควรพลาด ผ่านช่องทาง Facebook และ Instagram : Tops Food Hall และ Tiktok: Tops Thailand

ชวนเปิดประสบกรณ์ลิ้มรสสไตล์เสฉวนและอีกหลากหลายรสชาติแบบจีนต้นตำรับไปกับผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบชั้นยอดจากแดนมังกรได้ที่งาน ‘Discover China : Savor Sichuan and Explore Culinary Treasures’ ตั้งแต่วันนี้ – 27 พฤษภาคม 2568 ที่ท็อปส์ และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #DiscoverChina
#SavorSichuanandExploreCulinaryTreasures

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือ เอฟแอลเอส กรุ๊ป เปิดตัว ‘EV TRUCK’ รถพลังไฟฟ้าขนส่งของสด! ยกระดับกรีนโลจิสติกส์ช่วยกระจายสินค้าทั่วไทยตั้งเป้าลดคาร์บอนฯ 13,335 ตัน ภายใน 5 ปี หนุนสปีดภารกิจ Net Zero ภายในปี 2593

กรุงเทพฯ 7 พฤษภาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสู่อนาคตแห่งความยั่งยืน ผนึกกำลัง เอฟแอลเอส กรุ๊ป (FLS Group) ผู้นำด้านโซลูชันซัพพลายเชนระดับโลก เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ขนาด 10 ล้อควบคุมอุณหภูมิและ 18 ล้ออุณหภูมิปกติ สำหรับใช้กระจายสินค้าสู่ร้านท็อปส์ ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินการภายใต้ภารกิจ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ผ่านแนวคิด “Small Acts Together” ที่สอดคล้องกับปรัชญา “CRC Care” ของเซ็นทรัล รีเทล ภายใต้มิติ “Care for the Environment” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ตอกย้ำการเป็นผู้นำฟู้ดรีเทลที่ยกระดับกรีนโลจิสติกส์ของไทย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของธุรกิจค้าปลีกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยเริ่มนำร่องใช้งานในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 13,335 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายใน 5 ปี

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า  “ท็อปส์มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ โดยดำเนินธุรกิจที่สร้างสมดุลให้ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิด ‘Small Acts Together’ รวมพลังเล็กๆ เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยภารกิจสำคัญต่างๆ ภายใต้แผนงาน ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของท็อปส์ ในปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ท็อปส์ได้ริเริ่มใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้าขนาด 4 ล้ออุณหภูมิปกติ จำนวน 10 คัน และรถ 6 ล้ออุณหภูมิปกติจำนวน 1 คัน สำหรับกระจายสินค้าไปยังร้าน ท็อปส์ เดลี่ และร้านท็อปส์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 342.27 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

 “ล่าสุด ท็อปส์จึงได้เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน ด้วยการเปิดตัว รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV TRUCK) ขนาด 10 ล้อควบคุมอุณหภูมิและ 18 ล้ออุณหภูมิปกติ เพิ่มเติมรวมอีก 4 คัน ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญกับ FLS Group ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่มาพร้อมโซลูชันโลจิสติกส์แบบไร้รอยต่อ เพื่อกระจายสินค้าไปยังร้านท็อปส์ในพื้นที่ต่างจังหวัด นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV TRUCK) ในระยะทางที่ไกลมากขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมการกระจายสินค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ และเป็นการยกระดับการใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV TRUCK) ให้ครอบคลุมการกระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นายทอร์บเยอร์น ลาริสซ์ ประธานบริษัท เอฟแอลเอส กรุ๊ป (FLS Group) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “FLS Group มีความเชื่อมั่นว่าอนาคตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการขนส่งเท่านั้น หากแต่ยังหมายรวมถึงความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้อีกด้วย ซึ่งการร่วมมือกับท็อปส์ภายใต้โครงการรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจของเราสู่ระบบโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ รถบรรทุกไฟฟ้าสมรรถนะสูงและสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลที่นำมาใช้งานนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงนวัตกรรมที่ล้ำสมัย แต่ยังสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในเชิงการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในวงกว้าง ปัจจุบัน เรามีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าครอบคลุมใน 4 ภูมิภาคหลักของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯและภาคกลาง, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, และภาคตะวันออก นอกจากนี้ เรายังวางแผนขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกในอนาคต เพื่อให้สามารถให้บริการได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานการขนส่งสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับท็อปส์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการส่งมอบสินค้า แต่เป็นการร่วมมือเพื่อบรรลุพันธกิจร่วมกันในการสร้างอนาคตที่สะอาด ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”

สำหรับรถขนสินค้าพลังงานไฟฟ้า (EV TRUCK) ขนาด 10 ล้อ ควบคุมอุณหภูมิและ 18 ล้ออุณหภูมิปกติ โดดเด่นด้วยสมรรถนะทรงพลัง ใช้เวลาเพียง 60 นาที ในการชาร์จเต็มประสิทธิภาพ รองรับระยะทางสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยรถขนสินค้าพลังงานไฟฟ้าขนาด10 ล้อรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 9 ตัน และ ขนาด 18 ล้อรองรับได้ถึง 24 ตัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า 1,860 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยในปี 2566 ท็อปส์ ได้นำร่องใช้งานรถขนส่งกระจายสินค้าอุณหภูมิปกติและสินค้าทั่วไปจำนวน 11 คัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และในเดือนเมษายน 2568 ได้เปิดใช้งานเพิ่มอีกจำนวน 4 คัน สำหรับกระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิและสินค้าอุณหภูมิปกติให้กับร้านท็อปส์ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนรถขนสินค้าพลังงานไฟฟ้าให้ได้ 24 คัน ภายในปี 2568

“ท็อปส์ตั้งเป้าภารกิจสำคัญในครั้งนี้ว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในระยะเวลา 5 ปี ได้มากถึง 13,335 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 150,000 ต้น และจะยังคงเดินหน้าสืบสานภารกิจของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านการดำเนินธุรกิจของท็อปส์ในรูปแบบอื่นๆ อีก เพื่อขับเคลื่อนโลกไปสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืนต่อไป” นายสเตฟาน กล่าวสรุป

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #SmallActsTogether #EVTRUCK

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล บุกไพร์มโลเคชัน “พหลฯ-วัชรพล” ลุยเปิดสาขาใหม่ “มาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์” เจาะคอมมูนิตี้มอลล์ทำเลทอง-กลุ่มกำลังซื้อสูง เดินหน้าสู่เบอร์หนึ่งซูเปอร์มาร์เก็ตไทย

กรุงเทพฯ 24 เมษายน 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเครื่องแผนการลงทุนขยายฐานลูกค้าเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ ท็อปส์ สาขามาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์ ในคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อเจาะทำเลศักยภาพสูง พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ช้อปรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยไอเทมเด็ดระดับพรีเมียมทั้งสินค้าอุปโภค – บริโภค กว่า 16,000 รายการ มุ่งสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์การขยายสาขา 1,000 สาขาภายในปี 2569 และตอกย้ำการเป็น Food Discovery & Destination และผู้นำเบอร์หนึ่งเชนซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย 

นายสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของท็อปส์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของการขยายสาขาให้ครบ 1,000 สาขา ภายในปี 2569 หรืออีกใน 2 ปีข้างหน้าก็คือ การเพิ่มจำนวนสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งในพื้นที่ชุมชนเพียบพร้อมด้วยร้านค้าและร้านอาหารที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ด้วยจุดเด่นที่เข้าถึงได้ง่าย ใกล้บ้าน ใกล้ชุมชม เดินทางสะดวกสบาย คอมมูนิตี้มอลล์จึงถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่ยังคงมีโอกาสในการเติบโตและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่คาดว่ายอดขายค้าปลีกในกลุ่มโมเดิร์นเทรดจะขยายตัวกว่า 4.8% ในปี 2568 (ที่มา: ธนาคารกสิกรไทย) 

ทั้งนี้จากการดำเนินตามกลยุทธ์ดังกล่าว ทำให้ปัจจุบัน การเปิดสาขาท็อปส์ในคอมมูนิตี้มอลล์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญด้านการขยายสาขา โดยล่าสุด  ท็อปส์ได้เดินหน้าเปิด ท็อปส์ สาขามาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์ ที่พร้อมเข้ามาเติมเต็มช่องว่างและโอกาสในการขยายธุรกิจของท็อปส์ ให้ครอบคลุมและตอบสนองลูกค้าในพื้นที่ชุมชุมได้อย่างดี พร้อมนำเสนอสินค้า ที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุดจากทุกมุมโลกสู่ลูกค้า”

ท็อปส์ สาขามาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์ อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่พร้อมนำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมที่คัดสรรจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด Food Discovery & Destination ที่ทำให้ท็อปส์เป็นมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต ผ่าน 3 ไฮไลต์สำคัญได้แก่

  • ย่านทำเลทองแห่งการช้อปปิ้งสำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูง 

ท็อปส์ สาขามาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์ ขนาดพื้นที่กว่า 970 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์โมเดลใหม่ภายใต้การบริหารของเซ็นทรัลพัฒนา โดดเด่นด้วยการเป็นแหล่งรวมสตรีทฟู้ดร้านดัง ร้านค้าช้อปสนุก และ Urban Fresh Market ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงย่านเทพรักษ์ – วัชรพล ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม Catchment Area มากกว่า  220,000 คน และ มากกว่า 125,000 ครัวเรือน จึงเป็นอีกหนึ่งสาขาที่พร้อมตอบรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ด้วยหลากหลายสินค้าอุปโภค-บริโภค ที่ตอบโจทย์สังคมเมืองยุคใหม่ ครบทุกไลฟ์สไตล์

  • ช้อปสนุกไปกับสินค้าสุดครบครัน เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์

สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งที่มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยการคัดสรรสินค้าอาหารระดับพรีเมียม จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งวัตถุดิบสดใหม่ อาหารนำเข้า และผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง กว่า 16,000 รายการ โดดเด่นด้วยการนำเสนอสินค้าในรูปแบบ Room Concept ที่น่าสนใจไปกับโซนไฮไลต์ไม่ว่าจะเป็น Snacker รวมขนมหลากหลายสำหรับสายกิน, Frozen & Co. รวมอาหาร Ready to Cook และ Ready to Eat สำหรับคนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย,  PET ‘N ME เอาใจคนรักสัตว์และรองรับเทรนด์ Pet Parents ของชุมชนเมืองสมัยใหม่, TOPS WINE CELLAR แหล่งรวมไวน์จากทั่วโลก สำหรับทุกโอกาสพิเศษ, The BAKER เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูเบเกอรี่อบสดใหม่ หอมกรุ่นทุกวัน Asian Flavours โซนสำหรับเอเชียเลิฟเวอร์ รวบรวมสินค้าอาหารสไตล์เอเชียไว้หลากหลาย, LOOKS รวมไอเทมบิวตี้ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ และ Cuisine Master วัตถุดิบและเครื่องปรุงสำหรับคนรักการทำอาหาร เป็นต้น พร้อมสนับสนุนสินค้าเกษตรกรและเอสเอ็มอีท้องถิ่นผ่านผลิตภัณฑ์จากตลาดจริงใจ (Jing Jai Farmers’ Market) และผู้ประกอบการท็อปส์ ท้องถิ่น (TOPS Tongtin) ที่คัดสรรผลิตภัณฑ์จากชุมชนคุณภาพมาไว้ในที่เดียวตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการทั้งคุณภาพ ความสะดวก และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ครบครันในที่เดียว

  • ช้อปปิ้งไร้รอยต่อ เชื่อมออฟไลน์–ออนไลน์ ด้วย Personal Shopper ที่รู้ใจตอกย้ำผู้นำแพลตฟอร์มออมนิแชแนลที่สมบูรณ์แบบให้ลูกค้าเปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ “Personal Shopper” ผู้ช่วยนักช้อปส่วนตัวแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งมอบความสะดวก ง่าย ได้ดั่งใจ เสมือนเดินเลือกเอง เหมาะสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่อยากช้อปโดยไม่ต้องออกจากบ้าน เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ให้การช้อปปิ้งเป็นเรื่องง่ายในทุกช่องทาง

โดยในปีที่ผ่านมาท็อปส์ยังได้เดินหน้ารุกกลยุทธ์การเปิดสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์จำนวน 2 สาขา ได้แก่ ท็อปส์ สาขาเจ-ปาร์ค อเวนิว คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านนนทบุรี ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ห้อมล้อมด้วยคอนโดมิเนียมสร้างใหม่ และแหล่งที่อยู่อาศัย รวมถึงถนนเส้นลัดตัดผ่านชุมชนที่มีทราฟฟิกหนาแน่น และท็อปส์ สาขาบองมาเช่ ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์สุดชิคย่านประชานิเวศน์ โซนกรุงเทพเหนือ รายล้อมด้วยแหล่งชุมชนและโครงการที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ โดยมีจุดเด่นคือการเป็นศูนย์รวมร้านค้าสไตล์คนเมือง และมีลูกค้าหมุนเวียนมากถึง 3,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ยังเติมเต็มทุกความสุขด้วย TOPS Wine Cellar และ เบเกอรี่สดใหม่จาก The Baker เพื่อรองรับทั้งลูกค้าประจำและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

ช้อปสินค้าหลากหลายที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมโปรโมชันโดนใจ ได้ที่ท็อปส์ มาร์เก็ตเพลส เทพรักษ์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 22.00 น. ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY

###

ภาพรวมความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เราสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่คุณได้ ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ และทำหน้าที่ต่างๆ เช่น จดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานของเราเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่น่าสนใจและมีประโยชน์สำหรับคุณมากที่สุด นโยบายความเป็นส่วนตัว