Activity & Event

ท็อปส์ ร่วมกับ ยูนิเซฟ ระดมทุนจัดซื้อรถห้องสมุดเคลื่อนที่ เปิดโลกใบใหม่ให้เด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสใน จ.แม่ฮ่องสอน

1-1

การศึกษา คือ กุญแจสำคัญในการปลดล็อคความยากจนและความเหลื่อมล้ำ การอ่านเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาสมองของเด็ก ทำให้ฉลาดขึ้น มีสมาธิ และหนังสือยังช่วยให้เด็กๆ รับรู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนอกหมู่บ้าน รวมทั้งเชื่อมโยงเด็กๆ กับโลกภายนอก บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ร่วมกับ องค์การยูนิเซฟ เปิดตัวโครงการ “รถห้องสมุดเคลื่อนที่” ระดมทุนจัดซื้อรถห้องสมุด เพื่อโรงเรียนห่างไกลที่แม่ฮ่องสอน หนึ่งในภารกิจสำคัญในการนำห้องสมุดเคลื่อนที่ไปให้เด็กกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 700 คน ได้จับดินสอ และเรียนหนังสือ ณ หมู่บ้านห่างไกลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดเผยว่า “ในฐานะค้าปลีกของคนไทย ภายใต้การบริหารของกลุ่มเซ็นทรัล บริษัทฯ มีนโยบายหลักในการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ด้วยปรัชญาในการสร้างความเท่าเทียมของบุคคล เป็นเวลากว่า 16 ปีแล้ว ที่บริษัทฯ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟประเทศไทย จัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ รวมเป็นเงินที่สมทบให้กับองค์การยูนิเซฟมากถึง 25 ล้านบาท โดยเงินบริจาคมาจากลูกค้าทั้งคนไทยและต่างประเทศที่มาใช้บริการภายในร้าน และบางส่วนเป็นเงินสมทบจากบริษัท เพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทย และสานต่อโครงการเพื่อการศึกษาขององค์การยูนิเซฟ และด้วยความเชื่อมั่นว่า การศึกษาจะสรรสร้างความหวังเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นแก่เด็กๆ และครอบครัว เด็กๆ ทุกคนต้องเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพ จึงได้เกิดโครงการ “รถห้องสมุดเคลื่อนที่” โดย บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์และ ท็อปส์ ได้จัดโครงการร่วมกับ องค์การยูนิเซฟ เพื่อจัดกิจกรรมระดมทุนจัดซื้อรถห้องสมุดเคลื่อนที่ เชิญชวนลูกค้าร่วมบริจาคขั้นต่ำ 20 บาท ผ่านบาร์โค๊ท ณ จุดแคชเชียร์ที่ร้านเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ มาร์เก็ต ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ ซูเปอร์คุ้ม และ ท็อปส์ ซูเปอร์คุ้มขายส่งทุกสาขาทั่วประเทศ รายได้ทุกบาททุกสตางค์จะนำไปจัดซื้อรถห้องสมุดซึ่งจะบรรทุกหนังสือสำหรับเด็กเต็มคันรถกว่า 1,200 เล่ม พร้อมเจ้าหน้าที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน วิ่งไปยังห้องเรียนในหุบเขาทั้ง 33 แห่ง ไปตามโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงหมู่บ้านบนภูเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีเด็กนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 700 คน ที่มีฐานะยากจน ไม่มีโอกาสที่จะได้อ่านหนังสือ ได้มีโอกาสจับดินสอ และเรียนหนังสือ”

ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ทูตองค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เราทราบดีว่าการอ่านหนังสือมีผลต่อการพัฒนาเด็กอย่างยิ่ง และเป็นรากฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2555 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติด้วยความสนับสนุนจาก ยูนิเซฟ พบว่าเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบเกินครึ่ง (ร้อยละ 57.3) มีหนังสือสำหรับเด็กไว้อ่านที่บ้านไม่ถึง 3 เล่ม ขณะที่สัดส่วนของเด็กที่มีหนังสือสำหรับเด็กที่บ้าน 10 เล่มขึ้นไปมีเพียงร้อยละ 14.2 เท่านั้น นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า เด็กที่อาศัยอยู่ในเมืองมีโอกาสเข้าถึงหนังสือสำหรับเด็กมากกว่าเด็กที่อาศัยในพื้นที่ชนบท แต่ด้วยความห่างไกลและขนาดของโรงเรียนที่เล็กมากในพื้นที่ชนบท ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดซื้อหนังสือดีมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับเด็กทุกคนในชุมชนเหล่านั้นได้ ยูนิเซฟมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เด็กทุกคนในประเทศไทยได้รับการศึกษา และต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยรถห้องสมุดเคลื่อนที่แต่ละคันจะบรรทุกหนังสือที่น่าสนใจที่เหมาะกับเด็กๆ ในทุกวัยเต็มคันรถ หนังสือเหล่านี้ถูกคัดเลือกโดยยูนิเซฟ และเจ้าหน้าที่การศึกษาท้องถิ่น รวมถึงตัวเด็กๆ เองด้วย การอ่านจะส่งผลที่ดีอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก และเป็นพื้นฐานของการใฝ่รู้ของเด็กในอนาคต การอ่านช่วยจุดประกายจินตนาการ นำไปสู่การมีความคิดสร้างสรรค์ ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารและการคิดวิเคราะห์ และยังช่วยให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น ในการปลูกฝังให้เด็กๆ รักการอ่านนั้น พวกเขาจะต้องรักหนังสือเล่มแรกๆ ที่เขาได้อ่าน ยิ่งอ่านมาก เด็กก็จะยิ่งเฉลียวฉลาดมากขึ้น และมีความรอบรู้อย่างรอบด้าน”

หมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล ในฐานะนักอ่าน กล่าวว่า “ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ ไม่ได้โดนบังคับ จำได้ว่าสมัยเด็กๆ จะชอบอ่านหนังสือประเภทสารานุกรมสำหรับเด็ก เพราะมีเรื่องราวให้อ่านหลากหลาย นั่นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของนิสัยรักการอ่านของผมเอง และโชคดีที่คุณพ่อ คุณแม่สนับสนุนให้เราอ่านในสิ่งที่เราชอบ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะต้องหาอะไรอ่านตลอดเวลา สำหรับเด็กๆ ที่อยู่ห่างไกล ขาดโอกาสในการอ่านหนังสือดีๆ วันนี้เรามาช่วยกันครับ ช่วยให้เด็กๆ เหล่านี้เข้าถึงหนังสือดีๆ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เขามีความคิดและได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต”

ด้าน ด.ญ.มดแดง เป็นชนเผ่ามูเซอ อายุ 9 ปี ตัวแทนนักเรียนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีความฝันอยากเป็นหมอและบอกว่าชอบไปโรงเรียน ชอบอ่านหนังสือ เล่าว่า “เมื่อได้ยินเสียงแตรรถยนต์ตนเองและเพื่อน ๆ จะลุกขึ้นยืนพร้อมตะโกนอย่างตื่นเต้นว่าหนังสือมาแล้ว และทุกคนก็จะวิ่งออกไปเพื่อไปดูรถห้องสมุดเคลื่อนที่ ส่วนใหญ่พวกเราจะไม่ได้มีโอกาสอ่านหนังสืออื่นนอกจากหนังสือเรียนที่โรงเรียนเลยค่ะ แต่ตั้งแต่มีรถห้องสมุดเคลื่อนที่มายังโรงเรียนของเรา ทำให้พวกเรามีหนังสือดีๆ อ่านเพิ่มมากขึ้น ได้เพิ่มความรู้ มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากในห้องเรียน หนูขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ช่วยบริจาค

2 3 4-1 5

67
89